อัลปั้มพระ

อัลปัมพระ

ชื่อ:พระครูสถิตศิลาจาร       ชนิด 0200      รุ่น แรก      สร้างเมื่อปี 2543    
รายละเอียด
ราคา      บาท     ได้มาจาก   จำนวนที่เช่ามา องค์
วันที่:::
เวลา :05:48 น.
ประวัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
 

 


ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น

boy
 Posted : 2012-10-13 09:24:11    IP : 49.49.208.237


ประวัติพระมงคลพุทธิญาณ
นามเดิม ทิ่น นามสกุล สังข์ทอง เกิดวันที่ 3 ธันวาคม 2462 ตรงกับขึ้น 11 ค่ำ เดือน 11 (เดือนอ้าย) ปีมะแม เกิดที่บ้านบางทิง หมู่ที่ 2 ตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
บิดาชื่อ นายทอง สังข์ทอง มารดาชื่อ นางพรัด สังข์ทอง (พรหมทอง) เมื่ออายุ 6 ปี บิดามารดาย้ายครอบครัวไปอยู่ริมแม่น้ำปากพนังฝั่งตะวันตก บ้านบางปรง หมู่ที่ 9 ตำบลเสือหึง กิ่งอำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช
มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 9 คน หญิง 5 คน ชาย 4 คน คือ
1. นางผ่อง สังข์ทอง
2. พระครูสถิตศีลาจาร (ทิ่น) สังข์ทอง
3. นายสงวน สังข์ทอง ถึงแก่กรรม พ.ศ. 2525
4. นางเจียม สังข์ทอง
5. นางเจิม สังข์ทอง
6. นางฟอง สังข์ทอง
7. เด็กชายประคิ่น สังข์ทอง ถึงแก่กรรมเมื่ออายุ 6 ปี
8. เด็กหญิง ถึงแก่กรรม ยังไม่ได้ตั้งชื่อ
9. นายจำปา สังข์ทอง
มีพี่น้องต่างมารดา 1 คน คือ
นายทวี สังข์ทอง ทางครอบครัวมีการทำนาเป็นอาชีพหลัก การศึกษาเบื้องต้น บิดาสอนให้นักเรียน เขียน- อ่าน “นะ โม พุท ท่อ ฯลฯ ระยะหนึ่ง แล้วสอนให้เรียน ก.ไก่ ข.ไข่ ฃ.ฃวด ฯลฯ จนกระทั่งผสมสระ สะกดการันต์ได้ถูกต้อง และเรียนบวกลบเลขได้ เรียกว่าเรียนหนังสือทางบ้าน เขียนได้อ่านออก ได้ช่วยเหลือทำการงานทางครอบครัวด้วย บ้านห่างไกลจากวัด และโรงเรียน (อยู่ต่างอำเภอ) อยู่ศูนย์กลางระหว่างวัดบางพระ ตำบลปากแพรก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช และวัดท่าเสริม ตำบลท่าซอม อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
อายุ 12 ปี มารดาบิดาได้นำไปมอบตัวให้อยู่กับ “พระเจริญญาณ วฑฒโน” เจ้าอาวาสวัดบางพระ ตำบลปากแพรก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เข้าเรียนโรงเรียนประชาบาลวัดบางพระ เลขประจำที่ 150 เรียน 3 ปี จบชั้นประถมปีที่ 4 (เพราะชั้นประถมที่ 3 ผ่าน เรียนสอบไล่ชั้นประถมปีที่ 4 ได้) จบชั้นประถมบริบูรณ์ ออกช่วยเหลือทำงานทางบ้านเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหัวงาน เพราะเป็นลูกชายคนโต
พ.ศ. 2481 วันที่ 19 มิถุนายน บรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบางพระ โดยท่านพระครูบริหารสังฆกิจ (เกิด จิตตาปาโล) เจ้าอาวาสวัดรามประดิษฐ์ เจ้าคณะอำเภอปากพนัง เป็นพระอุปัชฌาย์ ท่านพระครูสังวรราภิรัต-(รอด สมกาโม) เจ้าอาวาสวัดพระหอม อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระกรรมวาจาจารย์

การศึกษาพระปริยัติธรรม
พ.ศ. 2482
สอบไล่นักธรรมชั้นตรี ในสนามหลวงได้
พ.ศ. 2483
เรียนพระปาฏิโมกข์จำสวดได้
พ.ศ. 2485
สอบไล่นักธรรมชั้นโท ในสนามหลวงได้
พ.ศ. 2486
สอบไล่นักธรรมชั้นเอก ในสนามหลวงได้ ทั้ง 3 ชั้น เป็นนักเรียนสำนักวัดบางพระ
พ.ศ. 2493
ลาออกจากเจ้าอาวาสวัดบางพระ เข้าไปอยู่ที่วัดราชาธิวาสวรวิหาร
กรุงเทพมหานคร ศึกษาเล่าเรียนพระบาลี 3 ปี ไม่ได้สอบไล่ เพราะเหตุรับภาระหน้าที่ช่วยเหลือกิจการงานของวัด “เรียกว่าเรียนพระบาลี เขียนได้ อ่านออก”
พ.ศ. 2496
ลาออกจากวัดราชาธิวาส กลับไปอยู่วัดบางพระช่วยเหลือพัฒนาวัดทางด้านศาสนาวัตถุ ศาสนาบุคคล ศาสนาธรรม เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม ทั้งนักธรรมและธรรมศึกษา
พ.ศ. 2515
เข้าศึกษาอบรมในโรงเรียนพระสังฆาธิการ คณะธรรมยุต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร จบหลักสูตรระดับเจ้าคณะอำเภอรุ่นที่ 1 ได้รับประกาศนียบัตร
พ.ศ. 2515
ได้เข้าอบรมในโรงเรียนพระอุปัชฌาย์ ณ วัดบวรนิเวศวิหารสอบไล่ได้คะแนนที่ 1 ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ. 2529
เดือนมีนาคม ไปประเทศอินเดีย และประเทศเนปาล รวมเวลา 14 วัน เพื่อทัศนะศึกษา
พ.ศ. 2532
ตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึง เดือนมกราคม ไปประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ รวมเวลา 43 วัน เพื่อทัศนศึกษา
ตำแหน่งงานปกครอง
พ.ศ. 2484
อยู่วัดบางพระ ได้รับมอบหมายจากท่านพระครูบริหารสังฆกิจ (เกิด จิตตปาโล) เจ้าคณะอำเภอปากพนัง ธรรมยุต ให้รับภาระหน้าที่รักษาการปกครอง เนื่องด้วยเจ้าอาวาส คือ พระชูต โชติโก ซึ่งเป็นอาจารย์ ท่านได้ลาสิกขาบท
พ.ศ. 2488
ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส วัดบางพระ
พ.ศ. 2494
ได้รับมอบหมายจากท่านเจ้าคุณพระธรรมโกศาจารย์ (ปลอด อตถการี) เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส กรุงเทพมหานคร ให้ปกครอง ควบคุม อบรมศิษย์ ให้ไหว้พระ ทำวัตร สวดมนต์ เป็นกิจประจำ
พ.ศ. 2496
ได้รับตำแหน่งเป็นเลขานุการ เจ้าคณะอำเภอหัวไทรเชียรใหญ่ (ธรรมยุต)
พ.ศ. 2504
ถูกย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดสระแก้ว อำเภอปากพนังฝั่งตะวันตก จังหวัดนครศรีธรรมราช วัดเสื่อมโทรมมาก มีหญ้า ต้นไม้ต่าง ๆ มากมาย โบสถ์ที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ เช่น งู ต่างๆ ต้องพัฒนาทั่วทั้งวัด วัดนี้ท่านพระครูธีรานันทมุนี (สามป้าน) เป็นผู้จัดสร้าง เมื่อ พ.ศ. 2483
และท่านพระครูฯ เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 1 ท่านมรณภาพ เมื่อ พ.ศ. 2496 ต่อมามีพระมาอยู่บ้าง ไม่อยู่บ้าง วัดจึงรกร้าง ปี
พ.ศ. 2505
ถูกมหาวาตภัย เพิ่มซ้ำหนักขึ้นอีกเสนาสนะเสียหายมาก วิหารสร้างด้วยไม้หักพัง โบสถ์เสาก่ออิฐถือปูน เสาระเบียงหัก 3 ต้น ที่เหลือแตกร้าวทุกต้น ต้องมีการพัฒนาทั่วทั้งวัด ที่ดินเดิมของวัดมี 7 ไร่ นายขาว – นางข้อง จุลนนท์ มีที่ดินติดต่อกับวัดมีจิตศรัทธาแบ่งถวายวัด จึงเชิญเจ้าหน้าที่ที่ดินมารังวัด ทั้งเก่าและใหม่ รวมได้ 14 ไร่ ทิศตะวันตก ขุดคูเป็นเขต ทิศตะวันออก ทิศใต้ มีคลองบางทวดเป็นเขต ทิศเหนือ มีคลองงบางเนินเป็นเขต บูรณ์โบสถ์ กุฏิ 2 หลัง ศาลาหอฉัน 1 หลัง สร้างกุฏิไม้ 3 ห้องเสาคอนกรีต 1 หลัง สร้างป้ายชื่อวัด สร้างห้องน้ำ ห้องสุขาร่วมกันพื้นคอนกรีต ฝาผนังก่ออิฐครึ่งสังกะสีครึ่ง หลังคามุงสังกะสี สร้างเรือนครัว 3 ห้อง เป็นที่อยู่อาศัยของอุบาสิการักษาศีล เจริญภาวนา ถนนจากวัดไปถึงริมแม่น้ำ ของเก่านั้นเล็กและชำรุด จึงขอที่ดินของชาวบ้านที่อยู่ริมถนนมาขยายให้กว้างขอแรงงานจากชาวบ้าน สามัคคีช่วยกันขุดดินทำถนน 11 ครั้ง สำเร็จเมื่อปี พ.ศ. 2514 ขออนุญาตต่อไฟฟ้าเข้าใช้ในวัด ใช้เสาคอนกรีต 20 ต้น รถบรรทุกเข้าไม่ได้ต้องใช้แรงงานคน ช่วงนี้ท่านถูกย้ายไปอยู่วัดรามประดิษฐ์ จึงนำศิษย์ วัดคนโตๆ และชักชวนชาวบ้านที่อยู่ริมถนนช่วยกันชักลากบ้าง หามบ้าง เอาไปวางไว้ตรงจุดที่จะปัก เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าพยายามนำรถไปปักเสา เดินสายจนสำเร็จ วัดจึงได้ใช้ไฟฟ้ามาจนถึงปัจจุบันนี้
เรื่องสร้างวิหารใหม่ ได้ขุดหลุมปักเข็มค้างไว้ ปี พ.ศ. 2521 ได้ส่งพระครูศรัทธาศีลวัตร (พระสุธน สุธโน) เมื่อยังเป็นพระนักพัฒนา สร้างวิหารสำเร็จ และดำเนินการสร้างโบสถ์ เสนาสนะอื่นๆ จนมีความเจริญมาจนถึงปัจจุบันนี้ การพัฒนาวัดสระแก้ว ได้รับความร่วมมือจากพุทธบริษัทวัดสระแก้ว ช่วยทำถนน 11 ครั้ง และพุทธบริษัทจัดหาอาหาร เลี้ยงทุกครั้ง
พ.ศ. 2507
ได้รับตำแหน่งเป็นเลขานุการเจ้าคณะอำเภอปากพนัง (ธรรมยุต)
พ.ศ. 2514
ถูกย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดรามประดิษฐ์ ฝั่งตะวันออกในเขต และเป็นเจ้าคณะอำเภอปากพนัง (ธรรมยุต)

สมณศักดิ์
พ.ศ. 2487 เป็นพระสมุห์ ฐานานุกรม ของท่านพระครูบริหารสังฆกิจ (เกิด จิตตฺปาโล) เจ้าอาวาสวัดรามประดิษฐ์ เจ้าคณะอำเภอปากพนัง (ธรรมยุต)
พ.ศ. 2493 เป็นพระครูสมุห์ ฐานานุกรม ของพระธรรมโกศาจารย์ (ปลอด อตฺถการี) เจ้าอาวาสวัดราชาธิราช กรุงเทพมหานคร และเป็นเจ้าคณะภาค 16-17-18 (ธรรมยุต)
พ.ศ. 2494 ได้เลื่อนเป็นพระครูธรรมธร ฐานานุกรม ของพระธรรมโกศาจารย์ (ปลอด อตฺถการี)
พ.ศ. 2500 วันที่ 5 ธันวาคม ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรีชื่อ “พระครูสถิตศีลาจาร” ในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบางพระ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
พ.ศ. 2514 วันที่ 5 ธันวาคม เลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นโท
พ.ศ. 2519 วันที่ 5 ธันวาคม เลื่อนเป็นพระครูสัญญาบัตร ชั้นเอก
พ.ศ. 2549 วันที่ 5 ธันวาคม เลื่อนเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่พระมงคลพุทธิญาณ

งานเผยแพร่
พ.ศ. 2482 อยู่วัดบางพระได้รับมอบหมายจากท่านเจ้าอาวาสให้ฝึกหัดซ้อมนาค บวชแล้ว ก็ให้อบรมสั่งสอนตามพระธรรมวินัย ฝึกซ้อม ไหว้พระ ทำวัตร สวดมนต์
พ.ศ. 2483 เป็นครูสอนพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม และธรรมศึกษา
พ.ศ. 2486 เป็นเจ้าสำนักเรียนวัดบางพระ มีนักเรียน นักธรรม และธรรมศึกษาจากวัดบางอุดม วัดโคกมะม่วงมาร่วมเรียนด้วย
พ.ศ. 2488 เป็นพระกรรมวาจาจารย์ สวดญัติกรรมอุปสมบทกุลบุตร
พ.ศ. 2496 จัดการสร้างโรงเรียนประชาบาลที่บ้านบางปรง หมู่ที่ 9 ตำบลเสือหึง อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีนายจวง จงรักษ์ ผู้ใหญ่บ้านพร้อมด้วยคณะ มีความสามัคคีพร้อมเพรียงกันช่วยบริจาคทุนและแรงงาน นางเข็ม ตรีทศ บริจาคที่ดิน และซื้อเพิ่มเติมสร้างสำเร็จ กุลบุตรกุลธิดา ได้เข้าเรียนในปีนี้ อาจารย์สอนคนที่ 12 คือ คุณครูกัน บุญชูช่วย เป็นโรงเรียนถาวรปัจจุบันนี้
พ.ศ. 2529 ไปประเทศอินเดีย และประเทศเนปาล เพื่อไปมนัสการปูชะนียสถาน 4 ตำบลไป 2 ประเทศ 15 วัน พ.ศ. 2535 ไปทัศนะศึกษาประเทศออสเตรเลีย และประเทศนิวซีแลนด์ ไป 2 ประเทศ เวลา 45 วัน
พ.ศ. 2523 ได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการแผนกธรรม ตรวจข้อสอบนักธรรมสนามหลวง เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม เลขที่ 49/2523 ณ วัดสนามพระยา กรุงเทพมหานคร ทุกๆ วัดที่อยู่ได้อบรมสั่งสอนพุทธบริษัท ทั้งภิกษุสามเณร ศิษย์วัด และคฤหัสถ์ ให้ศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกนักธรรม – ธรรมศึกษา อบรมให้ไหว้พระทำวัตร สวดมนต์ เจริญภาวนา ให้ทำหน้าที่พิธีกรตามศาสนาพิธีกรรมในงานต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา
พ.ศ. 2535 วันที่ 11 มกราคม ไปแสดงธรรมในเรือนจำหญิงที่บางขวาง

งานสาธารณกุศล
พ.ศ. 2535 เป็นประธานในการจัดตั้งกองทุนบุญนิธิวัดรามประดิษฐ์ ซึ่งมี คุณเกื้อxxxล – คุณอมรา บุญเรือง เป็นผู้เริ่มบริจาคกองทุน และมีนางอุ่นจิต ตันxxxล เป็นผู้หากองทุน
พ.ศ. 2536 เป็นผู้เริ่มก่อตั้งกองทุน บุญนิธิสถิตศีลาจาร เพื่อนำดอกผลใช้ในกิจการของโรงเรียนเทศบาล วัดรามประดิษฐ์ (บริจาคเงิน 10,000 บาท)
พ.ศ. 2536 บริจาคตู้เอกสารให้กับตึกสงฆ์อาพาธ โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
พ.ศ. 2538 บริจาค เครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง ให้แก่โรงเรียนเทศบาลวัดรามประดิษฐ์ (35,000 บาท)
พ.ศ. 2539 บริจาคเครื่องปรับอากาศ ให้โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 1 เครื่อง(ราคา 27,000 บาท)
พ.ศ. 2540 บริจาคเครื่องปรับอากาศ ให้โรงเรียนเทศบาลวัดรามประดิษฐ์ จำนวน 2 เครื่อง (ราคา 55,000 บาท)
พ..ศ. 2541 บริจาคเครื่องพิมพ์สำหรับคอมพิวเตอร์ จำนวน 1 เครื่อง ให้โรงเรียนปากพนัง (ราคา 18,000 บาท)
พ.ศ. 2541 บริจาคเครื่องปรับอากาศ ให้แก่โรงเรียนปากพนัง จำนวน 1 เครื่อง (ราคา 27,000 บาท)
พ.ศ. 2541 บริจาคตู้เอกสาร สำหรับใส่หนังสือ จำนวน 3 ตู้ ให้โรงเรียนสตรีปากพนัง (ราคา 10,000 บาท)
พ.ศ. 2541 ได้บริจาคเงิน เพื่อก่อตั้งกองทุนการศึกษา จำนวน 3,000 บาท ให้แก่โรงเรียนวัดปากบางท่าพญา
พ.ศ. 2541 มอบเงินจำนวน 10,000 บาท ให้ชมรมผู้สูงอายุ
พ.ศ. 2542 มอบเงินจำนวน 10,000 บาท ให้โรงเรียนเทศบาลวัดรามประดิษฐ์ เพื่อสมทบกองทุนบุญนิธิสถิตศีลาจาร
พ.ศ. 2542 มอบเงินจำนวน 50,000 บาท เพื่อร่วมสร้างบ้านให้พ่อ (ในหลวง)

งานสาธารณูปการ
พ.ศ. 2487 เริ่มพัฒนาวัดบางพระ จ้างคนงานขุดคูเป็นเขตวัด 3 ด้าน คือ ทิศตะวันออก ทิศเหนือ ทิศตะวันตก ทิศใต้ แม่น้ำปากพนังเป็นเขตปักเข็มคอนกรีตเสริมเหล็กถมหินใหญ่ป้องกันน้ำเซาะ
พ.ศ. 2488 ทำถนนจากริมแม่น้ำตรงไปถึงริมเขตทิศเหนือ ซึ่งมีห้องสุขาอยู่ 2 ห้อง สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหลัง
พ.ศ. 2491 สร้างกุฏิไม้ชั้นเดียว 3 ห้อง ออกมุขทั้ง 3 ห้อง ลงระเบียง ด้านหน้าตลอดเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้องดินเผา
พ.ศ. 2496 สร้างเรือนครัว 3 ห้อง เป็นห้องหุงต้มอาหาร 1 ห้อง หน้าห้องครัวสร้างบ่อคอนกรีตเสริมเหล็กรับน้ำฝน เป็นที่อยู่อาศัยของอุบาสิการักษาศีลเจริญภาวนา (บ่อน้ำ นางมาก สุขกลับ เป็นผู้บริจาค ทุนสร้าง)
พ.ศ. 2500 เริ่มสร้างศาลาเอนกประสงค์ 2 ชั้น เสาพื้นคอนกรีต เสริมเหล็ก ฝาผนังก่ออิฐถือปูนแบบทรงไทย หลังคามุงกระเบื้องลูกฟูกออกระเบียง 3 ด้าน (ชั้นล่าง)
พ.ศ. 2505 ถูกมหาวาตภัยอย่างหนัก กุฏิ วิหาร โบสถ์ เสียหาย วิหารหลังใหญ่สร้างด้วยไม้เนื้อแข็งหักพัง รื้อเอาเครื่องทัพสัมภาระไปสร้างติดกับโบสถ์ข้างละหลังเป็นโบสถ์ 3 หลังคาไม่มีฝาผนัง ใช้ประโยชน์เป็นทั้งโบสถ์และวิหาร
พ.ศ. 2506 นายตั้ง – นางนวล ถวายเรือนชั้นเดียว 3 ห้อง เครื่องทัพสัมภาระ ไม้เนื้อแข็งทั้งหลัง เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก รื้อมาสร้างที่วัด 3 ห้อง ออกมุขกลาง
พ.ศ. 2507 นายย้อย – นางบุญมา สุวรรณปากแพรก มีลูกชาย 1 หญิง 1 ลูกชายชื่อนายเยื้อง สุวรรณปากแพรก ได้เป็นสหายกับท่านโยมทั้ง 2 คน ถวายที่ดิน 1 แปลง ให้เป็นกรรมสิทธิ์ส่วนตัวแก่ท่านๆ ยินดีรับฉลองศรัทธา แล้วพูดว่าที่ดินนี้ติดต่อกับที่ของวัด ท่านถวายให้กับวัด ขอให้โยมได้บุญกุศลอานิสงส์ยิ่งๆ ขึ้นไป คุณโยมทั้ง 2 ยกมือ “สาธุๆ” เมื่อสร้างโรงเรียนประชาบาลหลังใหม่ ก็ล้ำเข้าในที่ดินนี้ด้วย ต่อมาพระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล นนทโก ป.ธ. 9) วัดบวรนิเวศวิหารได้พัฒนาวัดบางพระ และได้สร้างสวนเฉลิมพระเกียรติ ร. 9 และสร้างศาลา 1 หลัง พื้นใต้ศาลาเป็นสระเก็บน้ำฝน

พัฒนาวัดรามประดิษฐ์
1. พ.ศ. 2514 เป็นเจ้าอาวาสวัดรามประดิษฐ์ ริเริ่มพัฒนาถมพื้นที่ลุ่มๆในบริเวณวัด และถมพื้นที่ต่อเติมด้านทิศตะวันตกริมแม่น้ำได้ยืมเครื่องสูบของวัดรัตนาราม มาสูบดินโคลนตมในแม่น้ำปากพนังขึ้นมาถม เมื่อดินแห้งก็ซื้อดินลูกรังบ้าง ทรายบ้าง ถมกลบบนได้พื้นที่เพิ่มเติมขึ้นกว้าง 40 เมตร ยาว 110 เมตร
2. พ.ศ. 2515 สร้างศาลาริมแม่น้ำและสะพานไม้เคี่ยม โดยนายสอน นางสว่าง นนทภักดิ์ เป็นผู้บริจาคทุน เสาเตาหม้อคอนกรีตเสริมเหล็กเครื่องบนไม้เนื้อแข็ง มุงกระเบื้องลอนเล็กทรงไทย เมื่อถมพื้นที่ออกไปนอก ศาลาก็ย้ายไปไว้ริมแม่น้ำอีก เสา – คาน – พื้น ใช้คอนกรีตเสริมเหล็ก (ราคา 45,000 บาท)
3. พ.ศ. 2518 สร้างเรือนครัวติดต่อกับศาลาหอฉัน โยใช้เครื่องทัพสัมภาระ ที่รื้อจากกุฏิเก่าๆ ที่ชำรุดเฉพาะส่วนที่ใช้ได้ สร้างกว้าง 10 เมตร ยาว 14 เมตร 3 ห้อง แบ่งชั้นบนกั้นเป็น 2 แถว ๆ หนึ่ง 3 ห้อง แถวสอง 4 ห้อง เป็นห้องน้ำห้องสุขา อกกมุขกลางเป็นที่หุงต้มอาหารชั้นล่างกั้นซีกเดียว 4 ห้อง เป็นห้องน้ำห้องสุขา 2 ห้อง ฝาผนังก่ออิฐถือปูน พื้นคอนกรีตหลังคามุงกระเบื้องดินเผาเป็นที่อยู่อาศัยของอุบาสิกา รักษาศีลเจริญภาวนา
4. พ.ศ. 2519 สร้างโบสถ์ ช่วงระยะที่กำลังขุดหลุมปักเข็มได้โอกาสดีที่เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (วิน ธมมสารมหาเถร ป.ธ. 9) เจ้าอาวาสวัดราชผาติการาม กรุงเทพมหานคร ท่านมาเยี่ยมจึงได้กราบอาราธนานิมนต์ให่ท่านสวดถอนตีจีวรวิปปวาส พท้นที่สร้างโบสถ์ ท่านก็เมตตาช่วยสวดถอนเป็นปฐมฤกษ์ มีพระติดตาม คือ ท่านเจ้าคุณพระศรีธรรมประสาธน์ (สมภพ ภูริปญโญ เปรียญ) พร้อมด้วยคณะสงฆ์ จำนวน 19 รูป สวดถอนเมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2519 ตรงกับวันพุธ ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ปีมะโรง อุโบสถกว้าง 8 เมตร 50 เซนติเมตร ยาว 25 เมตร (ราคา 3,500,000 บาท) พื้นอุโบสถและฝาผนังหินอ่อน โดยรอบพระราชธรรมานิเทศ (ระบบ ฐิตญาโณ) วัดบวรนิเวศวิหารเป็นผู้บริจาค
5. พ.ศ. 2519 สร้างเมรุ เนื่องด้วยพลตำรวจโทจุมพล กาญจนพนัง มีที่ดินทิศตะวันออกติดกับที่วัด ทิศตะวันตกก็ติดกับที่วัด จึงถวายที่ดินแปลงนี้ให้กับวัด แล้วชักชวนญาติพี่น้อง และผู้มีจิตศรัทธาช่วยกันบริจาคทุนสร้างทั้งเมรุ และศาลา (ราคา 650,000 บาท)
6. พ.ศ. 2521 สร้างหอไตร ของเก่าก่อสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง นานปีชำรุดต้องรื้อสร้างใหม่เป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็กเครื่องปนไม้ ระเบียง 3 ด้าน คอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงจัตุรมุขมุงกระเบื้อง ลูกโคกกลอน ด้านหน้ามีศาลายาวรับแขก สร้างห้องน้ำห้องสุขา 1 ห้อง ปัจจุบันศาลาและสะพานเข้าไปหอไตรชำรุด มอบให้พระครูสิทธิการโกศลดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2540 (ราคา 200,000 บาท)
7. พ.ศ. 2524 สร้างกุฏิเสาคอนกรีตเสริมเหล็กชั้นเดียว 2 ห้อง ลงระเบียง 2 ด้าน มีห้องน้ำห้องสุขา หลังคามุงกระเบื้องซีเมนต์ นางกิมอิ่ว ชัววัลลี เป็นผู้บริจาคทุนสร้าง
8. พ.ศ. 2524 สร้างหอระฆัง 2 ชั้น เสาและพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคาจัตุรมุขมุงกระเบื้องดินเผาเคลือบ ราคา 40,000 บาท
9. พ.ศ. 2528 สร้างศาลาบำเพ็ญกุศล เป็นเสาคอนกรีตเสริมเหล็กพื้นคอนกรีต หลังคามุงกระเบื้องลอนโคกไม่กั้นฝา นายสมบัติ – นางสอางค์ ชัววัลลี เป็นผู้บริจาคทุนสร้าง (ราคา 150,000 บาท)
10.พ.ศ. 2530 สร้างศาลาบำเพ็ญกุศล เสา พื้น เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก หลังคามุงกระเบื้องลอนโคก นายเซี้ยง – นางกี้ยง ชวนเจริญ เป็นผู้บริจาคทุนสร้าง (ราคา 130,000 บาท)
11.พ.ศ. 2530 สร้างอาคารตึก 2 ชั้น 3 ห้อง 5.10 เมตร ยาว 12 เมตร มีห้องน้ำ ห้องสุขาทั้ง 2 ชั้น ใช้ทุนของวัด และพุทธบริษัทบริจาคร่วมด้วย
12.พ.ศ. 2530 สร้างตึกชั้นเดียว 2 ห้อง ออกมุขกลาง เสา พื้น หลังคา เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก มีห้องน้ำ ห้องสุขา 2 ห้อง มีนายหิ้น สุขเจริญ พร้อมด้วยลูก ๆ เป็นผู้บริจาคทุนสร้าง
13.พ.ศ. 2531 สร้างศาลาเฉลิมพระเกียรติ ร.9 กว้าง 16.55 เมตร ยาว 28.25 เมตร 2 ชั้น เสา พื้น เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ฝาผนังก่ออิฐถือปูน หลังคาทรงไทยมุงกระเบื้องลอนเล็ก มีห้องน้ำ ห้องสุขา ชั้นบน 2 ห้อง ชั้นล่าง 4 ห้องได้มอบให้พระครูบริหารสังฆกิจ (ทวี กนตสีโล) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสเป็นผู้ดำเนินการสร้าง ได้รับเงินจากการทอดกฐิน นำโดย คุณเมธี ภมรานนท์ อธิบดีกองสลากกินแบ่งรัฐบาลในสมัยนั้น ราคา 3,250,000 บาท
14.พ.ศ. 2532 สร้างบ่อเก็บน้ำฝนตรงบันไดขึ้นศาลาหอฉันเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นหลังบ่อใช้ประโยชน์นั่งได้ กว้าง 4.10 เมตร ยาว 5.10 เมตร ใช้ทุนของวัด ราคา 13,000 บาท
15.พ.ศ. 2539 สร้างห้องน้ำ ห้องสุขา 9 ห้อง ริมกำแพง ด้านทิศเหนือ โดยทุนของวัดบ้าง พุทธบริษัทบริจาคทุนรับคนละห้องๆ บ้าง พื้นหลังคา ชัววัลลี เป็นผู้บริจาคทุนสร้าง (ราคา 150,000 บาท)
16.พ.ศ. 2536 สร้างกำแพงบริเวณเมรุ ด้านทิศเหนือพุทธบริษัท บริจาคทุนรับคนละช่องบ้าง 2 ช่องบ้าง
17.พ.ศ. 2536 สร้างถนนคอนกรีตจากซุ้มประตูด้านทิศตะวันออกถึงห้องสมุด โดยใช้ทุนบริจาคของนายห้วง – นางจำนง เศรษฐการ
18.พ.ศ. 2538 สร้างถนนคอนกรีต จากกุฏิเจ้าอาวาสไปถึงโบสถ์ กว้าง 2 เมตร ยาว 62.30 เมตร โดยใช้ทุนของวัด และพุทธบริษัทช่วยกันบริจาคด้วย
19.พ.ศ. 2538 บูรณปฏิสังขรณ์กุฏิ 100 ปี ซึ่งอดีต พระครูบริหารสังฆกิจ (เต้ง เขมงกโร) สร้างเมื่อสมัยยังเป็นพระเต้งท่านมรณภาพ เมื่ออายุ 93 ปี เมื่อ พ.ศ. 2512 กุฏิกว้าง 9.40 เมตร ยาว 13.67 เมตร 2 ชั้น ละๆ 3 ห้อง ตึกครึ่งไม้ ชั้นล่างเสาก่อด้วยอิฐถือปูนฝาผนังก่ออิฐถือปูนโดยรอบมีประตู 2 ช่อง ชั้นบนเป็นเสาไม้เนื้อแข็ง กั้นฝาโดยรอบ มีประตู 1 ช่อง หลังคาทรงผสมออกมุขทั้ง 3 ห้องมุงกระเบื้องดินเผา บูรณปฏิสังขรณ์อนุรักษ์ไว้ทรงเดิม ชั้นล่างกั้นเป็นห้องกระจก 3 ห้อง ชั้นบนห้องกระจก 1 ห้อง ได้มอบให้พระครูบริหาร – สังฆกิจ (ทวี กนตสีโล) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นผู้ดำเนินการบูรณปฏิสังขรณ์ (ราคา 350,000 บาท)
20.พ.ศ. 2538 บูรณะปฏิสังขรวิหาร กว้าง 8.60 เมตร ยาว 15.17 เมตร หลังคาทรงไทยมุงเบื้องดินเผา เสาก่อด้วยอิฐถือปูน พื้นคอนกรีต กั้นลูกกรงไม้ของเก่าโดยรอบ มีประตู 4 ช่อง บูรณะอนุรักษ์ไว้ทรงเดิมฝาผนังก่ออิฐครึ่งกระจกครึ่ง มีประตู 2 ช่อง เปลี่ยนป็นห้องสมุดได้มอบให้พระครูบริหารสังฆกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นผู้ดำเนินการ (ราคา 924,000 บาท)
21.พ.ศ. 2540 สร้างกุฏิริมกำแพง ทางทิศเหนือ เสา พื้น เป็นคอนกรีต เสริมเหล็ก 3 ห้อง ต่อเฉลียง ห้องน้ำ ห้องสุขา 1 ห้อง ฝาผนังก่ออิฐ ถือปูนโดยรอบ กว้าง 3.75 เมตร ยาว 10.45 เมตร โดยใช้ทุนของวัดและได้มอบหมายให้พระครูบริหารสังฆกิจ เป็นผู้ดำเนินการ (ราคา 230,000 บาท)
22.พ.ศ. 2542 สร้างอาคารอนุสรณ์ พระครูสถิตศีลาจาร (ทิ่น ฐิตธมโม) อายุครบ 80 ปี วันที่ 3 ธันวาคม 2542 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงสมเด็จวางศิลาฤกษ์ เมื่อ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2542 เป็นอาคาร 2 ชั้น 14 ห้อง มีห้องน้ำ ห้องสุขา ประจำทุกห้อง หลังคาทรงไทย ได้มอบให้พระครูบริหารสังฆกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นผู้ดำเนินการสร้าง (ราคา 2,250,000 บาท)
23.พ.ศ. 2542 บูรณปฏิสังขรณ์ศาลาโถงริมแพงด้านทิศตะวันออก กว้าง 6.50 เมตร ยาว 9.50 เมตร หลังคาทรงไทย มุงกระเบื้องดินเผาเคลือบ เสาล้างคอนกรีตเสริมเหล็ก เสาบนไม้พื้นปูกระดาน บูรณะอนุรักษ์ไว้ทรงเดิม (20,000 บาท)
24.พ.ศ. 2542 สร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 2.20 เมตร ยาว 90 เมตร จากหอไตรไปถึงศาลาริมแม่น้ำปากพนัง โดยนายจ่าง – นางละออง ยี่มี พร้อมด้วยลูกๆ เป็นผู้บริจาคทุน (ราคา 33,000 บาท)
25.พ.ศ. 2544 สร้างหอฉัน กว้าง 13 เมตร ยาว 29 เมตร ราคาก่อสร้าง 2,800,000 บาท
26.พ.ศ. 2546 สร้างกุฏิรับรองทรงไทยทักษิณ กว้าง 7 เมตร ยาว 13.50 เมตร ราคา 1,700,000 บาท
27.พ.ศ. 2546 สร้างศาลาทรงไทยทักษิณ กว้าง 4 เมตร ยาว 6 เมตร ราคา 150,000 บาท (บริจาคโดย คุณคะนึงสุข สวัสดีนฤนาท)
28.ได้จัดสร้างเขื่อนหน้าวัดรามประดิษฐ์ โดยได้รับงบประมาณจากกรมพาณิชนาวี จำนวน 2,400,000 บาท
29.พ.ศ. 2548 ปรับปรุงเตาเผาศพวัดรามประดิษฐ์เป็นระบบปลอดมลพิษ เป็นจำนวนเงิน 1,800,000 โยได้รับงบประมาณจากเทศบาลเมืองปากพนัง จำนวน 1,000,000 บาท ในสมัยนายชัยณรงค์ สวัสดีนฤนาท เป็นนายกเทศมนตรี
30.พ.ศ. 2549 เป็นประธานในการจัดงานยกช่อฟ้า – ฝังลูกนิมิต วัดรามประดิษฐ์ ระหว่างวันที่ 27-30 กรกฎาคม 2549

 Comment : 1
E-mail :
กลับขึ้นด้านบน

1


 แสดงความเห็น
ชื่อ/Username
อีเมลล์
( ถ้าเป็นสมาชิกไม่ต้องใส่ )
รูปแบบพิเศษ
 
ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
ใส่ภาพ
 
code
 
WKCDN
Emotions
 
แสดงความเห็น

| ปิดหน้าต่างนี้ ]


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ
ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ
ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ jirawat_a@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุม
ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป


 
 
ระบบสารสนเทศอัลปัลพระ
เก็บข้อมูลและประวัติพระ