อัลปั้มพระ

อัลปัมพระ

ชื่อ:พระศิลา อาจารย์เนียม       ชนิด 0201      รุ่น      สร้างเมื่อปี    
รายละเอียด
ท่านทำเองใช้เวลานานที่สุด
ราคา      บาท     ได้มาจาก   จำนวนที่เช่ามา องค์
วันที่:::
เวลา :05:06 น.
ประวัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
 

 


ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็น

boy
 Posted : 2012-10-13 09:54:21    IP : 49.49.208.237


พระครูไพศาลวิริยกิจ ( เนียม ฐิตธัมโม ) อายุ 94 ปี 77 พรรษา เปรียญธรรม-นักธรรมเอก วัดนิโครธาราม ( วัดบางไทร ) ตำบลบางศาลา อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราชสถานะเดิมชื่อ เนียม นามสกุล แก้วเถื่อน เกิดวันพุธที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2459 (ขึ้น 14 ค่ำเดือน 7 ปีมะโรง) บิดาชื่อ นายสิน แก้วเถื่อน มารดาชื่อ นางทองหวาน แก้วเถื่อน (บิดามีอาชีพทำนา เป็นหมอบ้านแผนโบราณ มีความเชี่ยวชาญทางโหราศาสตร์ ทั้งภาษาไทยและขอม พ่อท่านจึงได้รับการถ่ายทอดวิชาจากบิดาเป็นอย่างดี) บ้านเดิม หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านใหม่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

- บรรพชาเป็นสามเณร ขณะอายุ 16 ปี เมื่อวันที่ 20 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2475 ณ วัดป่าระกำเหนือ ตำบลป่าระกำอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มี เจ้าอธิการเพ็ชร ถาวโร วัดป่าระกำเหนือ ตำบลป่าระกำ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระอุปัชฌาย์
- อุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ ขณะอายุ 20 ปี เมื่อวันที่ 21 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2478 (แรม 14 ค่ำ เดือน 3 ปีกุน) ณ วัดปากแพรก ตำบลปากแพรก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มี พระครูสุกกธรรมวโรภาส วัดปากแพรก ตำบลปากแพรก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระอุปัชฌาย์
พระอธิการกลิ้ง สุมโน (แสงแก้ว) วัดบางบูชาชนาราม ตำบลเกาะทวด อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายา ฐิตธัมโม
***(หมายเหตุ) พระอนุสาวนาจารย์ ไม่มีการจดบันทึก

(พระครูสุกกธรรมวโรภาส (พ่อท่านขาว) วัดปากแพรก ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์ พ่อท่านเนียม เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสมัยก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 มีวาจาสิทธิ์ เข้มขลังในเวทมนต์คาถา เป็นหมอบ้านแผนโบราณ สามารถรักษาคนเสียสติ (บ้า) ให้หายเป็นปกติได้ เคร่งครัดในพระธรรมวินัย สั่งสอนวิปัสสนาสมถะกัมมัฏฐานและวิชาอาคม-เวทมนต์คาถาให้แก่ พ่อท่านเนียม เป็นที่ยอมรับนับถือ-เคารพยกย่องจากชาวบ้าน ทั้งอาจารย์และศิษย์)
l อาจารย์ของ พ่อท่านเนียม ฐิตธัมโม
1. พระอธิการเพชร ถาวโร วัดป่าระกำ (ล่าง) อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช
2. พระอาจารย์ขำ ปวรธมโม (ดิษฐ์แก้ว) วัดบางไทร อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
3. พระครูนิโครธจรรยานุยุต (พ่อท่านมุ่ย จันทสุวัณโณ) วัดป่าระกำเหนือ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
4. พ่อท่านจีต ปุญญสโร วัดถ้ำเขาพูล จ.ชุมพร
5. ท่านสัก (เป็นฆราวาส) อยู่หมู่ 2 บ้านสุขี ต.ป่าระกำ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
l สหธรรมิก พ่อท่านเนียม ฐิตธัมโม
1. พระครูเรวัตรศีลคุณ (พ่อท่านสังข์ เรวโต) วัดดอนตรอ อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช (มรณภาพแล้ว-ปัจจุบันอมตะสังขารไม่เน่าเปื่อย ยังคงอยู่ในโลงแก้ววัดดอนตรอ)
2. พระครูวิสุทธิ์บุญญดิษฐ์ (พ่อท่านนวล ปริสุทโธ) วัดไสหร้า อำเภอทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช
l วิทยฐานะ
1. สอบได้ นักธรรมเอก (พ.ศ.2477) สำนักเรียนวัดป่าระกำเหนือ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
2. การศึกษาพิเศษเขียน ภาษาขอม
3. ความชำนาญพิเศษด้านการก่อสร้าง
l ดำรงตำแหน่งทางคณะสงฆ์
1. พ.ศ.2500 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส วัดนิโครธาราม ( วัดบางไทร ) อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
2. พ.ศ.2504 ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
3. พ.ศ.2509 ดำรงตำแหน่งพระอุปัชฌาย์
4. พ.ศ.2511 ได้รับสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูไพศาลวิริยกิจ (นิยม ฐิตธัมโม)
l การปกครองคณะสงฆ์
1. อดีตเจ้าอาวาส วัดนิโครธาราม ( วัดบางไทร ) ตำบลบางศาลา อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
2. อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
l ศาสนสถาน



1. อุโบสถ (เก่า) กว้าง 7 เมตร ยาว 14.50 เมตร เมื่อ พ.ศ.2479 สร้างด้วยคอนกรีต แต่ยังไม่เสร็จประสบวาตภัย วันที่ 25 ตุลาคม 2505 ได้ชำรุด เกรงจะทรุดโทรมทับประชาชน คณะพุทธบริษัทวัด พร้อมด้วยกำนันผู้ใหญ่บ้านพร้อมกันทลายรื้อถอนไปแล้ว ต่อมาวันที่ 25 พฤษภาคม 2510 พระครูไพศาลวิริยกิจ พร้อมด้วยพุทธบริษัทวัดผู้มีจิตศรัทธาได้จัดสร้างเป็นกำมะลอไว้ ขนาดเท่าของเดิมในสถานที่นั้น ด้วยไม้ต่างๆ มุงกระเบื้องซีเมนต์ลูกฟูกฯ
2. ศาลาการเปรียญ กว้าง 16 เมตร ยาว 28 เมตรสร้างเมื่อ พ.ศ.2509 เป็นอาคาร 1 ชั้น ทรงไทยสมัยกลาง มีเฉลียง 4 ด้าน เสาคันนา ขื่อแม่กลอน เชิงชายสร้างด้วยคอนกรีต พื้นคอนกรีตหินขัด เครื่องบนไม้ตะลุมพอ ไม้เคียน มุงกระเบื้อง พระครูไพศาลวิริยกิจพร้อมด้วยคณะพุทธบริษัทจัดสร้างด้วยแรงสามัคคี และได้รับเงินอุดหนุนบูรณะวัดจากรัฐบาลบางตอน
3. หอสวดมนต์ กว้าง 10.70 เมตร ยาว 12 เมตร (ใช้กุฏิประธานแทน) สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ.2469 เป็นอาคาร 1 ชั้น พื้นล่างเสาก่ออิฐถือปูนขนาด 40x40 ซม. สูง 200 ซม. พื้นบนสร้างด้วยไม้เคี่ยม ตะเคียน ตะลุมพอ เสาไม้ขี้เหล็ก ปูพื้นไม้ทัง หลังคาปั้นหยา มีมุขไทยทางทิศเหนือ และทิศใต้ มุงกระเบื้องซีเมนต์ ท่านอาจารย์ขำ ปวรธมโม และพระคล้าย ธีระกุล พร้อมด้วยคณะพุทธบริษัทจัดสร้าง
4. กุฏิ จำนวน 6 หลัง เป็นอาคารไม้ 1 ชั้น ทั้ง 6 หลัง ทั้งหอสวดมนต์และหอฉัน
หลังที่ 2 หอฉัน กว้าง 10 เมตร ยาว 15 เมตร เริ่มสร้างวันที่ 1 มีนาคม 2516 เป็นอาคาร 1 ชั้น เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ลักษณะทั่วไปเป็นทรงไทยสมัยใหม่ มีเฉลียงในตัวทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ยาวทางทิศเหนือทิศใต้ สร้างด้วยไม้เคี่ยม ตะเคียน ตะลุมพอ ฝากั้นด้วยไม้เสียดช่อ ไม้สะท้อน หลังคามุงกระเบื้องคูลูลูฯ พระครูไพศาลวิริยกิจ จัดสร้างพร้อมด้วยพุทธบริษัทวัด
หลังที่ 3 กว้าง 6.85 เมตร ยาว 9.10 เมตร นายชูสร้างถวายสมัยพระดำ ติสสโร เป็นเจ้าอาวาส เมื่อ พ.ศ.2497 ต่อมาคณะพุทธบริษัทของวัดจัดการอุปสมบทเฉลิมพระเกียรติพระชนมายุ 60 พรรษา 3 พ.ค. 30 คณะวัดจึงย้ายจากที่ตั้งเดิมไปเมื่อเดือนมีนาคม 2530 แล้วเปลี่ยนหลังคากระเบื้องเป็นทรงไทยให้ทันบวช 60 รูป วันที่ 3 พฤษภาคม 2530 ฯ
หลังที่ 4 กว้าง 5 เมตร ยาว 16 เมตร พระครูไพศาลวิริยกิจ พร้อมด้วยพุทธบริษัทวัดเริ่มสร้าง วันจันทร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 4 พ.ศ.2502 มีเฉลียงในตัว 1 ด้าน สร้างด้วยไม้ตะลุมพอ ฝากั้นไม้จำปา มุงกระเบื้องซีเมนต์
หลังที่ 5-6 กว้าง 5 เมตร ยาว 5 เมตร ทั้ง 2 หลัง
l การบริหารและการปกครอง
ลำดับและประวัติเจ้าอาวาส (ตั้งแต่รูปแรก จนถึงปัจจุบัน)
รูปที่ 1-4 ท่านทองสุก/ท่านทองมี/ท่านทองนุ่น/ท่านทองชู
รูปที่ 5 ท่านอาจารย์มา/ท่านอาจารย์นวล พ.ศ.2428 ถึง พ.ศ.2441
รูปที่ 6 ท่านอาจารย์มาก (ผู้เล่าจำไม่ได้ว่าตั้งแต่ พ.ศ.ใด ถึง พ.ศ.ใด)
รูปที่ 7 ท่านอาจารย์ย้อย (ศิษย์เช่นนายจ่ำ-เล่า) พ.ศ.2445 ถึง พ.ศ.2451
รูปที่ 8 ท่านคง / รูปที่ 9 ท่านจาบ/ รูปที่ 10 ท่านล้อม ถึง พ.ศ.2454
รูปที่ 11 ท่านอาจารย์ขำ ปวรธมโม (ดิษฐ์แก้ว) พ.ศ.2455 ถึง พ.ศ.2475 ท่านย้ายไปป่าระกำล่าง-เข้าพรรษา-พ.ศ.2476
รูปที่ 12 พระคล้าย ขมโร (ธีระกุล) พ.ศ.2476 ถึง พ.ศ.2477 ลาสิกขาบท
รูปที่ 13 พระถาวร ถาวโร (ณีลวรรณ) พ.ศ.2478
รูปที่ 14 อาจารย์เลี่ยน ติสสโร จากวัดบางศาลา พ.ศ.2483 อยู่ถึง พ.ศ.2495 แล้วย้ายไปอยู่วัดเชียรใหญ่ อำเภอเชียรใหญ่
รูปที่ 15, 16, 17 พระแจ้ง ปวโร/พระดำติสสโร/พระทับ ฐานิสสโร/พ.ศ.2496 ถึง พ.ศ.2498 รูปละ 1 พรรษาแล้วเลิกไป
รูปที่ 18 พระครูไพศาลวิริยกิจ (นิยม แก้วเถื่อน) พ.ศ.2499 ถึงปัจจุบัน



l สาธารณสงเคราะห์
ตั้งแต่ พ.ศ.2474 เจ้าอาวาสพร้อมด้วยบิดา-มารดาผู้ปกครองนักเรียน จัดตั้งโรงเรียนเป็นโรงเรียนราษฎร์ขึ้นในวัด ก็ให้ใช้วิหารที่ท่านอาจารย์นวลสร้างไว้เป็นสถานที่เรียนตลอดมา
ต่อแต่นั้น วันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2481 ทางราชการเห็นความจำเป็นของการศึกษาตามชนบท จึงได้ยกฐานะจากโรงเรียนราษฎร์ขึ้นเป็นโรงเรียนประชาบาล เจ้าอาวาสทุกสมัยก็สงเคราะห์ให้ใช้ศาลาท่าน้ำ ซึ่งพระคล้าย ขมโร ได้สร้างไว้ 1 แห่ง ที่วิหารซึ่งท่านอาจารย์นวล สร้างไว้ 1 แห่ง ตลอดมาถึง พ.ศ.2511-2512 เป็นเวลาใกล้ 30 ปี
วันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ.2512 ได้รับเงินงบประมาณจากรัฐบาล และคณะกรรมการจัดหาเงินสมทบ ครึ่งต่อครึ่งสร้างเป็นอาคารเรียนโดยเฉพาะกว้าง 8.50 เมตร ยาว 45 เมตร เสร็จแล้วจึงได้ย้ายนักเรียนไปทำการเรียนการสอน ที่อาคารสร้างขึ้นนี้ฯ ทางวัดก็สงเคราะห์ให้อาศัยที่วัดเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ตั้งเป็นอาคารเรียน 2 หลัง บ้านพักครู 2 หลัง โรงฝึกงาน 1 หลัง ห้องน้ำ 1 หลัง
(หมายเหตุ) คัดลอกจากต้นฉบับ ลายมือพระครูไพศาลวิริยกิจ (นิยม แก้วเถื่อน) จากหนังสือประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร (ภาคใต้) ครั้งจัดทำเมื่อเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน พ.ศ.2525
l ด้านการศึกษา
พ่อท่านเนียม ได้ให้ความสำคัญในการให้การศึกษาและให้ความรู้แก่เยาวชน โดยเป็นผู้นำในการชักชวนผู้นำชุมชน ผู้นำหมู่บ้านในท้องถิ่น มาร่วมสร้างสถานศึกษา โรงเรียน อาคารเรียน ทั้งบ้านบางไทร บางศาลา และตำบลใกล้เคียงอื่นๆ จัดตั้งกองทุนเพื่อส่งเสริมการศึกษา ให้แก่เด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ฐานะยากจนและด้อยโอกาส พรที่พ่อท่านมักพูดให้เป็นขวัญและกำลังใจ แก่คณะครูและนักเรียน วัดบางไทร และผู้ปฏิบัติงานที่ไปขอพรจากท่านที่ว่า เออ ไปตะ สูทำให้ดี พ่อท่านขอให้พวกสูทุกคนประสบผลสำเร็จแหละนะ และไม่ว่าจะเป็นภารกิจน้อยใหญ่ จะยากง่ายอย่างไรทุกคนทุกฝ่าย ต่างมุ่งมั่นทุ่มเทแรงกายแรงใจจนสำเร็จ สมดั่งพรศักดิ์สิทธิ์ของพ่อท่านเนียมประสิทธิ์ให้จริงๆ
l กาลมรณะ
ผู้มีส่วนช่วยดูแลพ่อท่าน ขณะอาพาธตลอดระยะเวลา 10 ปีเศษ มีผู้ใหญ่เปลี่ยน รักดี / น้าราย รอดขวัญ / ผู้ใหญ่เสนาะ บุญเกิด / ลุงวิโรจน์ ธีระกุล / ทั้งลูกหลานอาทิ.. น้าพันธ์ หมื่นพันธุ์ชู / พี่ปรีชา หมื่นพันธุ์ชู / พี่ธรรมนูญ แก้วเถื่อน / พี่อนันต์ รักศิลป์ (มีศักดิ์เป็นเขยของยายปลีก หมื่นเดช น้องสาวคนเดียวของ พ่อท่านเนียม ) ที่คอยนำรถมารับพ่อท่านไปโรงพยาบาลทุกครั้งที่หมอนัด. ศิษยานุศิษย์ตั้งแต่ผู้นำชุมชน จนถึงผู้บริหารระดับประเทศ อาทิ ท่านชวน หลีกภัย (อดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย) นายวิทยา แก้วภราดัย (ส.ส.ปากพนัง พรรคประชาธิปัตย์) ท่านสมศักดิ์ ขวัญแก้ว (ผู้พิพากษาภาค 8) กระทั่งพระสมณศักดิ์ พระเกจิอาจารย์หลายรูป มีพ่อท่านสังข์ วัดดอนตรอ / พ่อท่านนวล วัดไสหร้า / พระครูถาวร บุญรักษ์ (รองเจ้าคณะจังหวัด) / พระครูพินิตธรรมสุนทร (เจ้าคณะอำเภอปากพนัง) / เจ้าอาวาสที่มีความนับถือ ผูกพันเป็นศิษย์-อาจารย์ ที่คอยถามไถ่ สอบถามอาการอาพาธของพ่อท่านอยู่เสมอ

วันที่ 18 ตุลาคม 2553 วันที่ลูกศิษย์จะพาท่านไปหาหมอที่โรงพยาบาลปากพนัง วันนั้นพ่อท่านมีอาการเหนื่อยหอบและอ่อนเพลียมาก พ่อท่านใช้เวลาในการเตรียมตัวเป็นเวลานานเกือบ 2 ชั่วโมง มิไยที่ผู้ใหญ่เจี่ยน และลูกศิษย์คนอื่นจะมาตามบอกพ่อท่านให้รีบไป ท่านพูดว่า เดี๋ยว ยังไม่เสร็จ พ่อท่านพูดเหมือนให้รู้เป็นนัยยะประโยคหนึ่งว่า ไปโรงพยาบาลครั้งนี้แล้ว ไม่รู้จะได้กลับมาหรือเปล่า ทำให้ลูกศิษย์ที่ได้ยินพ่อท่านพูด รู้สึกใจหาย ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2553 ได้พระพิชัย พันธมุตโต คอยเฝ้าดูแลรักษาอาการอาพาธของพ่อท่านมาโดยตลอด



วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 พ่อท่านมีอาการนอนไม่หลับมา 2 คืน มีอาการเหนื่อยหอบมาก จึงได้ตามยายปลีก (น้องสาวพ่อท่าน) พี่อนันต์ / พี่พนิดา รักษ์ศิลป์ / น้าชม / พี่ปรีชา / พี่เสถียร / น้าราย / พี่เคลื่อน แก้วปลายคลอง / ครอบครัวหมอสุดใจ / หมอเปลว / ตัดสินใจพาพ่อท่านไปโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช ไปถึงโรงพยาบาลเวลา 24.00 น. ได้รับความสะดวกและการดูแลจากเจ้าหน้าที่ แพทย์-พยาบาลเป็นอย่างดี โดยได้รับการประสานงานจากท่าน ส.ส.วิทยา แก้วภราดัย (ศิษย์พ่อท่าน)

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 นายแพทย์จิตติพร ภู่รัตนมาน (แพทย์เจ้าของไข้) นพ.ณรงค์ ชัยวุฒินันท์ แพทย์โลหิตวิทยา รพ.มหาราช (ศิษย์พ่อท่าน) และนางวิลาวัลย์ พงษาปาน (หัวหน้าตึกอายุรกรรม) ให้การดูแลรักษาพ่อท่านเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งอาการพ่อท่านมีแต่ทรงกับทรุด ด้วยโรคประจำตัวคือ โรคถุงลมโป่งพอง โรคหอบหืด โรคแทรกซ้อนจากภูมิแพ้ และด้วยสังขารอันชราภาพในปัจฉิมวัย พ่อท่านเนียม ได้ละสังขารด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2553 (ตรงกับวันพระแรม 8 ค่ำ เดือน 12) สิริอายุ 94 ปี 5 เดือน 19 วัน พรรษาที่ 77 ( ห้องไอซียู 2 ตึกอายุรกรรม โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช )
นับเป็นการสูญเสียพระเกจิอาจารย์ผู้สืบสาน ตำนานความเข้มขลังศักดิ์สิทธิ์ ด้วยตบะเดชะ บารมี และเมตตามหานิยมเป็นที่สุด คุณานุปการที่ให้โดยไม่มีประมาณของพ่อท่าน จนได้รับการขนานนามยกย่องท่านเป็น เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำปากพนัง นับเป็นการสูญเสียของคณะสงฆ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนญาติพี่น้อง ลูกหลาน และพุทธบริษัทวัดบางไทรทุกคน

(มีเรื่องเล่าขานกันในหมู่ศิษย์ว่า ก่อน พ่อท่านเนียม จะละสังขาร ได้มี พระวิสุทธิ์บุญดิตถ์ (พ่อท่านนวล ปริสุทโธ) เจ้าอาวาสวัดไสหร้า อ.ทุ่งใหญ่ นครศรีธรรมราช เกจิชื่อดังแดนใต้ สหธรรมิกของพ่อท่านเดินทางมาเยี่ยม โดยไม่มีใครทราบล่วงหน้ามาก่อน จนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ และเชื่อว่า พ่อท่านเนียม และพ่อท่านนวลสื่อกระแสจิตถึงกัน โดยภายหลังพ่อท่านนวลเดินทางกลับไม่กี่นาที พ่อท่านเนียม ก็ละสังขารอย่างสงบ)
“เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำปากพนัง”

 Comment : 1
E-mail :
กลับขึ้นด้านบน

1


 แสดงความเห็น
ชื่อ/Username
อีเมลล์
( ถ้าเป็นสมาชิกไม่ต้องใส่ )
รูปแบบพิเศษ
 
ย่อหน้า ตัวหนา ตัวยก ตัวห้อย ตัวหนังสือเรืองแสง ตัวหนังสือมีเงา ตัวเอียง เส้นใต้ สีแดง สีเขียว สีน้ำเงิน สีส้ม สีชมพู สีเทา
ใส่ภาพ
 
code
 
PRNFI
Emotions
 
แสดงความเห็น

| ปิดหน้าต่างนี้ ]


ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถ
ระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใด ที่ขัดต่อกฎหมายและ
ศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ jirawat_a@gmail.com เพื่อให้ผู้ควบคุม
ระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป


 
 
ระบบสารสนเทศอัลปัลพระ
เก็บข้อมูลและประวัติพระ